กำกับดูแลกิจการที่ดี

คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี 

บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)

บริษัทฯ ได้มีนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้เป็นแนวทางสำหรับคณะกรรมการ ผู้บริหารรวมถึงพนักงานของ บริษัทฯ ทุกคน ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อช่วยในการส่งเสริม และสนับสนุนให้บริษัทฯ เป็นบริษัทที่มีประสิทธิภาพ ในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ มีความโปร่งใสในการดำเนินงาน และสนับสนุนให้มีการตรวจสอบที่เพียงพอเหมาะสม เพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจต่อผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้มีส่วนได้ เสีย และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

หมวดที่ 1 :  สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ ได้จัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศต่างๆ ผ่าน website ของบริษัทฯ ให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยทั่วกันโดยไม่คำนึงถึงว่าเป็นผู้ถือหุ้นอยู่จำนวนเท่าใด ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคล นิติบุคคล รวมถึงผู้ถือหุ้นประเภทสถาบัน ทั้งที่เป็นสัญชาติไทย และต่างประเทศ โดยทุกครั้งที่มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายบริษัทมหาชนจำกัดอย่างเคร่งครัด

(ก) บริษัทมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น โดยการจัดส่งหนังสือนัดประชุมและเอกสารประกอบให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้าอย่างเพียงพอและทันเวลา (อย่างน้อย 14 วันก่อนวันประชุม) ซึ่งในหนังสือนัดประชุมดังกล่าวจะแจ้งรายละเอียด อันประกอบด้วย วัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุม ตลอดจนข้อมูลที่สำคัญเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจ รวมไปถึงการมอบฉันทะของผู้ถือหุ้น เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทเป็นการล่วงหน้าก่อนที่จะจัดส่งเอกสารไปยังผู้ถือหุ้น

(ข) ประธานในที่ประชุมจัดสรรเวลาอย่างเพียงพอ เหมาะสม และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุม โดยในระหว่างการประชุม ประธานได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความเห็นและซักถามต่อที่ประชุมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัทอย่างเต็มที่

(ค) ประธานกรรมการ รวมทั้งกรรมการทุกคน จะเข้าร่วมประชุมและตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้น ยกเว้นกรณีเหตุสุดวิสัยจนไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้

หมวดที่ 2 :  การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทฯ ได้คำนึงถึงสิทธิขอผู้ถือหุ้นถึงแม้ว่าผู้ถือหุ้นแต่ละรายจะถือหุ้นไม่เท่ากัน มีสิทธิในการออกเสียงไม่เท่ากัน แต่บริษัทจะปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้

(ก)   ผู้ถือหุ้นทุกคนจะได้รับข้อมูลข่าวสารของบริษัทฯ ผ่านช่องทาง website รวมถึงสามารถติดต่อสอบถามข้อมูล รวมถึงข้อร้องเรียนต่างๆ ผ่านทาง email และทางโทรศัพท์

(ข) ผู้ถือหุ้นมีสิทธิมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาประชุม และลงมติในที่ประชุมแทนผู้ถือหุ้น ผู้รับมอบฉันทะที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีหนังสือรับมอบฉันทะที่ถูกต้องมีสิทธิที่จะเข้าประชุม และลงมติเช่นเดียวกันกับผู้ถือหุ้นทุกประการ

(ค)  บริษัทกำหนดให้กรรมการบริษัทอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งจะต้องมีกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยหนึ่งคนเข้าร่วมประชุม โดยจะแจ้งให้ผู้ตรวจสอบบัญชี (ภายนอก) และที่ปรึกษาต่างๆ เข้าร่วมประชุมด้วย และจะกำหนดสถานที่และเวลาที่ประชุมให้เหมาะสมและสะดวกในการที่ผู้ถือหุ้นจะเข้าร่วมประชุม

หมวดที่ 3 :  บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทจะดูแลให้มีความเท่าเทียมกันในสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ผู้บริหาร  ผู้ถือหุ้น คู่ค้า เจ้าหนี้ ลูกหนี้ คู่แข่ง หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน สภาพแวดล้อม ชุมชนต่างๆ เนื่องจากความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างบริษัท และผู้มีส่วนได้เสียเหล่านี้จะสร้างความมั่นคง สร้างงาน และสร้างกิจการให้บริษัทมีฐานะการเงินที่มั่นคง ดังนั้นนอกจากคณะกรรมการจะมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทแล้ว คณะกรรมการยังต้องตระหนักถึงการดูแลให้ผู้มีส่วนได้เสียเหล่านี้ได้รับการปฏิบัติที่ดี โดยปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดและดูแลให้ความมั่นใจว่าสิทธิดังกล่าวได้รับความคุ้มครองและปฏิบัติด้วยดีอย่างเท่าเทียมกัน

(ก)  ผู้ถือหุ้น

บริษัทมุ่งเน้นให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมโดยดำเนินการให้มีผลประกอบการที่ดีอย่างสม่ำเสมอ และมีการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสม และเพียงพอที่จะปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้น

(ข) ลูกค้า

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของลูกค้า จึงมุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า โดยการนำเสนอบริการที่มีคุณภาพ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด รวมถึงการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนในเงื่อนไขต่าง ๆ ของการให้บริการของบริษัทฯ เพื่อให้ลูกค้ามีความเข้าใจ และเกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของบริษัท และยังรวมถึงการรับฟังข้อร้องเรียนต่าง ๆ ของลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนา และปรับปรุงการให้บริการที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

(ค)  พนักงาน

บริษัทคัดเลือกบุคลากรที่มาเข้าร่วมในการทำงานโดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน รวมถึงมุ่งพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมพนักงานให้มีโอกาสในความก้าวหน้าและมั่นคงในอาชีพ ตลอดจนปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยจัดให้มีสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น

  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อตอบแทนความตั้งใจในการทำงานของพนักงาน
  • เครื่องแบบพนักงาน บริษัทมีชุดฟอร์มให้กับพนักงานทุกปี รวมถึงรองเท้าสวมใส่เพื่อความปลอดภัยสำหรับพนักงานที่ทำงานในส่วนของการบำรุงรักษารถยนต์
  • การตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพของพนักงาน
  •  รางวัลพนักงานดีเด่น บริษัทมีเกณฑ์ในการคัดเลือกพนักงานดีเด่นในทุกๆ ไตรมาส เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงานที่ตั้งใจทำงาน มีผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง
  • หน้าต่างเรียนรู้ บริษัทได้จัดให้มีส่วนของการพัฒนา และเรียนรู้ภายในองค์กร เช่นมุมหนังสือ สำหรับให้พนักงานทุกคนนำไปอ่านเพื่อผ่อนคลาย หรือนำไปพัฒนาความรู้ มุมบอร์ดสำหรับแจ้งข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ทั้งในส่วนของแวดวงธุรกิจ ภาษี ประกันสังคม หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
  • พัฒนาความรู้ และทักษะที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ ได้มีการจัดการอบรมพัฒนาความรู้ให้กับพนักงานในหัวข้อต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานได้พัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรมกับสถาบันภายนอก หรือการเชิญวิทยากรที่มีความรู้เข้ามาให้การอบรมแก่พนักงานในบริษัทฯ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความรู้ของพนักงานในแต่ละส่วนงาน

(ง)  ผู้บริหาร

บริษัททราบถึงความสำคัญของผู้บริหารซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งสู่ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ จึงได้มีการจัดทำโครงสร้างค่าตอบแทนของผู้บริหารอย่างเหมาะสม และเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานโครงสร้างค่าตอบแทนในอุตสาหกรรม รวมถึงมีสวัสดิการต่าง ๆ เป็นต้น

(จ) เจ้าหนี้และคู่ค้า

บริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจกับเจ้าหนี้และคู่ค้าทุกประเภทอย่างยุติธรรมและมีจริยธรรม โดยปฏิบัติตามธรรมเนียมการค้า รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ได้ตกลงร่วมกันรวมถึงการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด

(ฉ) คู่แข่งทางการค้า

บริษัทปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้าอย่างเป็นธรรม และไม่ดำเนินธุรกิจที่นำมาซึ่งการผิดจริยธรรม หรือผิดจรรยาบรรณทางการค้าต่อคู่แข่ง โดยบริษัทฯ จะยึดหลักปฏิบัติตามธรรมเนียมการค้า รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ได้ตกลงร่วมกันรวมถึงการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด

(ช)  ความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

บริษัทจะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงผลกระทบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการให้ความร่วมมือ ดูแล และให้ความใส่ใจต่อชุมชม สังคม และสิ่งแวดล้อมโดยรวม รวมทั้งมุ่งปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบวิธีที่เกี่ยวข้อง

หมวดที่ 4 :  การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทฯ มุ่งเน้นให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และทันเวลา รวมทั้งสามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้

(ก)   คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศของบริษัท ทั้งในรูปของข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงิน เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ได้รับข้อมูลอย่างเท่าเทียมกันตามที่กฎหมาย และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกำหนด

(ข)   บริษัทฯ ควรมีการจัดทำข้อมูลใน website ของบริษัทที่ถูกต้อง และปรับปรุงข้อมูลเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทสามารถหาข้อมูล เพิ่มเติมได้

หมวดที่ 5 :  ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการของบริษัทฯ มีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น รวมทั้งต้องมีภาวะผู้นำ และสามารถควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

 (ก)  องค์ประกอบและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
  1. คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 5 ท่าน แต่ไม่เกิน 12 ท่าน โดยมีกรรมการอิสระไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการที่มี อยู่
  2. กรรมการแต่ละท่านต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในการบริหารงานของบริษัทฯ ควรประกอบไปด้วยผู้ที่มีความรู้ในด้านธุรกิจของรถยนต์ให้เช่าเพื่อการดำเนินงาน  อย่างน้อย 2 ท่าน ความรู้ทางด้านบัญชี และการเงิน  อย่างน้อย 1 ท่าน  และมีความรู้ในด้านกฎหมายอย่างน้อย 1 ท่าน
  3. กรรมการแต่ละท่านต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน และไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจในการบริหารจัดการในกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้น ตามกฎหมายและประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ว่าด้วย   หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  4. บริษัทฯ ได้มีการเปิดเผยประวัติของกรรมการทุกรายในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (56-1)  รายงานประจำปี (56-2) รวมถึงการเปิดเผยบน website ของบริษัท
  (ข) อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท
  1. คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่จัดการให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  2. คณะกรรมการมีหน้าที่กำหนดเป้าหมาย แนวทาง นโยบาย แผนงานและงบประมาณของบริษัท ควบคุมกำกับดูแลการบริหารการจัดการของคณะกรรมการบริหารให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้รับมอบหมาย เว้นแต่เรื่องดังต่อไปนี้ซึ่งคณะกรรมการต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อนการดำเนินการ ได้แก่ เรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น เช่น การเพิ่มทุน ลดทุน การออกหุ้นกู้ การซื้อขายหรือโอนกิจการของบริษัท หรือ การรับโอนกิจการหรือการรวมกิจการกับบุคคลอื่น การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับและการจ่ายบำเหน็จกรรมการ เป็นต้น
  3. คณะกรรมการอาจแต่งตั้งกรรมการจำนวนหนึ่งตามที่เห็นสมควรให้เป็นคณะกรรมการบริหารโดยให้มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการของบริษัท ตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ และในจำนวนนี้ให้แต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการบริหาร
  4. คณะกรรมการได้กำกับให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพโดยจัดให้มีฝ่ายตรวจสอบภายในเป็นผู้ติดตามและดำเนินการร่วมและประสานงานกับคณะกรรมการตรวจสอบ
  5. กรรมการมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทในรูปของเงินรางวัล เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส หรือ ผลประโยชน์ตอบแทนในลักษณะอื่นๆ ตามข้อบังคับหรือตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณา ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนดเป็นจำนวนแน่นอน หรือ กำหนดเป็นหลักเกณฑ์ที่จะใช้ในการพิจารณาเป็นคราวๆ ไป หรือ กำหนดให้มีผลตลอดไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้ นอกจากนั้น ให้กรรมการมีสิทธิได้รับเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการต่างๆ ตามระเบียบของบริษัท
  6. คณะกรรมการบริษัทจะต้องไม่อนุมัติรายการใดๆ ที่ตนเองหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัทและหรือบริษัทย่อย
  7. คณะกรรมการหน้าที่ในการกำกับดูแลให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ อาทิ การทำรายการที่เกี่ยวโยงกันและการซื้อหรือขายทรัพย์สินที่สำคัญตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  8. คณะกรรมการมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นและประชาชนอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีมาตรฐาน
 (ค) อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ

 คณะกรรมการตรวจสอบ โดยแต่งตั้งขึ้นจากคณะกรรมการของบริษัทอย่างน้อย 3 ท่าน โดยอย่างน้อย     1 ใน 3 ท่านต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในด้านของบัญชี และการเงิน โดยคณะกรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระตามประกาศคณะกรรมการหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่องคุณสมบัติ และขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยคณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่ในการตรวจสอบ และกำกับดูแลในการดำเนินงานของบริษัท ดูแลรายงานทางการเงิน การควบคุมภายใน การพิจารณาข้อขัดแย้งทางผลประโยชน์ ตลอดจนการพิจารณาการบริหารความเสี่ยงของบริษัท

  1. สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้อง และเพียงพอ
  2. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายในและระบบการตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย เลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
  3. สอบทานมาตราการต่อต้านทุจริตคอรัปชั่นว่าถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทได้ประกาศใช้ และสอบทานให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  4. พิจารณาคัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมาย และข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
  6. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
  • (ก)          ความเห็นชอบเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน
  • (ข)          ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัท
  • (ค)          ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  • (ง)           ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
  • (จ)           ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  • (ฉ)          จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
  • (ช)          ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร
  • (ซ)          รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่ และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

การปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบภายใน การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการตรวจสอบมีความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัทโดยตรงและคณะกรรมการของบริษัทยังคงมีความรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทต่อบุคคลภายนอก

(ง) อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร
  1. ให้มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องการดำเนินงานที่สำคัญของบริษัท โดยกำหนดขอบเขตประเภท  หรือขนาดของภารกิจ วัตถุประสงค์ แนวทางและนโยบายของบริษัท รวมถึงการกำกับดูแลการดำเนินงานโดยรวม ผลผลิต ความสัมพันธ์กับลูกค้า ภายในขอบเขตของแผนงานและงบประมาณที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  2. พิจารณาเรื่องการลงทุนขยายงาน รวมถึงการซื้อขายสินทรัพย์ถาวรของบริษัทเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
  3. มีอำนาจกระทำการและแสดงตนเป็นตัวแทนของบริษัทต่อบุคคลภายนอกในกิจการที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการ
    1. พิจารณาเรื่องการระดมทุนของบริษัทเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
    2. อนุมัติการแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัทตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย
    3. ดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานโดยทั่วไปของบริษัท
    4. พิจารณาและอนุมัติแผนการปฏิบัติของแต่ละฝ่ายงานของบริษัท และพิจารณาอนุมัติคำขอจากฝ่ายงานต่าง ๆ ของบริษัทที่เกินอำนาจสั่งการของฝ่ายงานนั้น
    5. หากการดำเนินงานตามแผนงานที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ใช้งบประมาณสูงเกินกว่างบประมาณที่ได้รับอนุมัติร้อยละ 10 จะต้องนำเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริหารอาจจะมอบหมายและกำหนดอำนาจหน้าที่ให้กรรมการบริหารแต่ละคนสามารถดำเนินการภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามข้อ 3. ก็ได้ โดยกรรมการบริหารดังกล่าวจะต้องรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมายนั้นโดยตรงต่อคณะกรรมการบริหาร ทั้งนี้ การอนุมัติรายการของคณะกรรมการบริหารข้างต้น จะไม่รวมถึงการอนุมัติรายการที่คณะกรรมการบริหารหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสียหรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัทและ/หรือบริษัทย่อย รวมทั้งรายการที่กำหนดให้ต้องขอความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันและการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญของบริษัทและ/หรือบริษัทย่อย เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์         

(จ) อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม (CSR )
  1. พิจารณากลั่นกรองกิจกรรม และนโยบายเพื่อสังคมชุมชน และสิ่งแวดล้อมของบริษัทเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
  2. พิจารณาและให้ความเห็นชอบในกลยุทธ์และกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและนโยบายด้าน CSR ของบริษัท
  3. พิจารณากลั่นกรองแผนงาน และงบประมาณประจำปีสำหรับการดำเนินงานด้าน CSR เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
  4. พิจารณาและติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้าน CSR และประเมินผลสำเร็จรวมทั้งคุณภาพของโครงการ CSR
  5. ส่งเสริมให้คณะกรรมการบริษัท และพนักงานทุกคน มีส่วนร่วมในการดำเนินงานด้าน CSR
  6. พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนงานด้าน CSR
  7. ดำเนินการอื่นใดที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับการดำเนินงานด้าน CSR ของบริษัท
 (ฉ) ภาวะผู้นำ

คณะกรรมการบริษัทวางนโยบาย กลยุทธ์และเป้าหมาย ตลอดจนการจัดทำงบประมาณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกิจการ โดยทำหน้าที่ติดตามผลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารให้เป็นไปตามแผนงานต่างๆ รวมทั้งการกำหนดและแยกบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร ผู้บริหาร พนักงานและผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังต้องกำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ดูแล ฝ่ายตรวจสอบภายใน การปฏิบัติงาน และประเมินผลการทำงาน ตลอดจนระบบการควบคุมภายในให้มีความเพียงพอต่อกิจการ และดูแลให้มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับบริษัทอย่างเต็มที่

(ช) ความขัดแย้งของผลประโยชน์

แม้ว่าบริษัทจะมีคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร หรือผู้บริหาร ตลอดทั้งผู้ปฏิบัติงานฝ่ายต่างๆ บางรายเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทด้วย แต่นโยบายในการบริหารงานของบริษัทต้องเน้นถึงประโยชน์ของบริษัทโดยรวมเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการตัดสินใจในเรื่องที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งในผลประโยชน์ หรือการได้เปรียบเสียเปรียบในผลประโยชน์นั้น บริษัทจะกำหนดให้กรรมการ กรรมการบริหารหรือผู้บริหารที่เป็นผู้ถือหุ้นไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสีย เพื่อความเป็นอิสระในการตัดสินใจ และจะเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนรับทราบโดยทันทีเพื่อความโปร่งใสในการทำงาน อีกทั้งจะนำข้อมูลที่จำเป็นเปิดเผยไว้ในงบการเงิน รายงานประจำปีและแบบ 56-1 อย่างสม่ำเสมอ สำหรับการดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน บริษัทจะกำหนดให้คณะกรรมการบริหารรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และไม่ให้กรรมการบริหารหรือผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับทราบข้อมูลภายในเปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลภายนอก หรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และไม่ให้ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วง 1 เดือน ก่อนที่งบการเงินเผยแพร่ต่อสาธารณชน

 (ซ) จริยธรรมธุรกิจ

บริษัทจัดทำข้อพึงปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับจรรยาบรรณของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร และผู้ปฏิบัติงานฝ่ายต่างๆ เพื่อให้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติในการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีความเป็นธรรม ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะสื่อสารให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกคนรับทราบและถือปฏิบัติ ซึ่งบริษัทเชื่อว่าการให้ความสำคัญกับข้อพึงปฏิบัติที่ดีเหล่านี้จะสามารถยกมาตรฐานการกำกับดูแลให้สูงขึ้น อีกทั้งส่งเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนในการจัดการของบริษัท สร้างความยุติธรรมและความน่าเชื่อถือของตลาดทุน